
บนพื้นผิว แม้จะมีคราบสกปรกเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ไม่สามารถติดตามขั้นตอนการผลิตได้ ส่งผลให้ต้องเรียกคืนผลิตภัณฑ์ และอาจทำให้กระบวนการผลิตหยุดชะงักได้ โดยใช้หลอดไฟธรรมดานั้นไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
เราเริ่มต้นด้วยการวางแผนขั้นตอนการทำงาน วัดเวลาที่ใช้ในการทำงาน และระบุเป้าหมายในการกำจัดเชื้อโรค จากนั้นเราจึงเลือกใช้หลอดไฟ UVC แบบ Mini UVC ที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงและพลังงานที่มีอยู่จริง
สิ่งที่สำคัญทางเทคนิค
หลอดไฟ UVC มีความยาวคลื่นอยู่ที่ 275 นาโนเมตร ซึ่งเหมาะสำหรับการดูดซับ DNA/RNA ทำให้แบคทีเรียและไวรัสถูกทำลายได้อย่างรวดเร็ว ค่าความเข้มของแสงที่ปล่อยออกมาอยู่ที่ 10 มิลลิเมตร ซึ่งสามารถคำนวณปริมาณพลังงานที่ใช้ได้จากเวลาและระยะทาง โดยไม่ต้องคาดเดา
การออกแบบที่ใช้ Quartz sleeve และไม่มีก๊าซโอโซน ทำให้ปริมาณพลังงานที่ได้มีความเสถียร นอกจากนี้ อินเทอร์เฟซ USB-C ยังช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟได้อย่างง่ายดาย เรายังมีแผนภูมิแสดงปริมาณพลังงานและอายุการใช้งานของหลอดไฟให้อีกด้วย เพื่อให้คุณรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรปรับแต่งหรือเปลี่ยนหลอดไฟใหม่
เหตุผลที่มันได้ผลในการผลิตจริง
คุณสามารถทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องใช้สารละลายหรือความร้อน ทำให้เวลาในการทำความสะอาดลดลง และไม่มีความเสี่ยงที่วัสดุจะเสียหาย นอกจากนี้ หลอดไฟมีขนาดเล็ก จึงสามารถนำมาใช้กับถาดวัสดุที่ใช้ในการผลิต หรือชิ้นส่วนขนาดเล็กได้ ทำให้สามารถทำความสะอาดระหว่างการเปลี่ยนชิ้นส่วนได้โดยไม่ทำให้กระบวนการผลิตชะลอตัว
การใช้พลังงานนั้นอยู่ในระดับต่ำ และการบำรุงรักษาก็ทำได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่เปลี่ยนหลอดไฟและบันทึกเวลาการใช้งาน ก็สามารถกลับมาทำงานต่อได้เลย
สิ่งที่ต้องคำนึงถึง
ปริมาณพลังงานที่หลอดไฟ UVC ปล่อยออกมาจะลดลงตามอุณหภูมิและระยะทาง นอกจากนี้ ยังต้องควบคุมไม่ให้มีคนอยู่ในบริเวณที่มีแสงจากหลอดไฟด้วย จำเป็นต้องมีระบบควบคุม การป้องกัน และขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน
หลอดไฟ UVC จะทำงานได้ดีที่สุดบนพื้นผิวที่สะอาดและแห้ง แสงที่มาจากเงาหรือสิ่งสกปรกจะลดประสิทธิภาพของหลอดไฟลง ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรทำการทดสอบกับอัตราความเร็วและรูปร่างของกระบวนการผลิตจริงๆ เพราะปริมาณพลังงานที่สำคัญที่สุดคือปริมาณที่สามารถพิสูจน์ได้จริงๆ